อัปเดตล่าสุด: 4 ตุลาคม 2569
ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: ข้อกำหนด 4.1 (บริบทองค์กร) และข้อกำหนด 4.2 (ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย)
ตัวอย่างบริบทองค์กร ตาม ISO 9001:2026 แบบที่ง่ายที่สุดคือตาราง 3 คอลัมน์ครับ เรื่องที่เจอ · เป็นเรื่องภายนอกหรือภายใน · แล้วจะเอาไปวางแผนอย่างไร ส่วน ISO 9001:2026 ไม่ได้ให้คุณรื้อทำใหม่ครับ ที่ต้องลงมือเพิ่มจริงมีแค่ 2 เรื่อง คือพิจารณาเรื่องสภาพภูมิอากาศในข้อ 4.1 กับระบุว่าความต้องการข้อไหนที่ระบบบริหารคุณภาพ (QMS) จะจัดการในข้อ 4.2 ที่เหลือเป็นหมายเหตุและการปรับถ้อยคำ
ถ้าคุณเพิ่งรับงานนี้ต่อจาก QMR คนเก่า แล้วเปิดแฟ้มเจอ SWOT ที่ไม่มีใครยุ่งกับมันมาหลายปี หน้านี้เขียนให้คุณโดยเฉพาะครับ ผมจะให้ดูตัวอย่างตารางที่หยิบไปใช้ได้เลย บอกว่าต้องแก้ตรงไหน และตรงไหนไม่ต้องทำ
แต่ถ้าองค์กรคุณยังไม่เคยได้รับการรับรองเลย หน้านี้จะดูเนื้อหาวุ่นวายไปหน่อยครับ เริ่มที่ ISO 9001 คืออะไร ก่อนจะง่ายกว่า
ข้อ 4.1 และ 4.2 เปลี่ยนอะไรใน ISO 9001:2026
เปลี่ยน 3 ระดับครับ ระดับที่ต้องลงมือทำมี 2 เรื่อง ระดับที่ต้องรู้ไว้มี 1 เรื่อง ที่เหลือปล่อยผ่านได้ เพราะเป็นหมายเหตุ (NOTE) หรือเป็นแค่การปรับสำนวน ผมเทียบถ้อยคำ ISO 9001:2015 กับ ISO 9001:2026 ทีละข้อย่อย แล้วสรุปไว้ในตารางนี้
| จุดที่เปลี่ยน | เปลี่ยนเป็นอะไร ในเวอร์ชั่น 2026 | คุณต้องทำอะไร |
|---|---|---|
| 1. สภาพภูมิอากาศ ข้อ 4.1 · เป็นข้อบังคับ | เดิมอยู่ในฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (Amendment) ปี 2024 ตอนนี้เข้ามาอยู่ในตัวข้อกำหนดเลย | 🔴 ต้องทำ พิจารณาว่าสภาพภูมิอากาศเกี่ยวข้องกับ QMS ของคุณหรือไม่ และตอบได้ว่าคิดจากอะไร ถ้ามีตารางบริบทอยู่แล้ว เพิ่ม 1 แถวก็จบ |
| 2. ข้อย่อย c) ใหม่ ข้อ 4.2 · เป็นข้อบังคับ | ต้องระบุด้วยว่าความต้องการข้อไหนที่ QMS จะเข้าไปจัดการ | 🔴 ต้องทำ ถ้ามีทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว เพิ่ม 1 คอลัมน์ก็จบ |
| 3. วลีนำของข้อ 4.2 ถูกตัด ข้อ 4.2 · ตัวข้อกำหนด | วลีที่เคยผูกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไว้กับความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ ถูกตัดออกทั้งวลี | 🟡 รู้ไว้ เกณฑ์ว่าใครและเรื่องไหน “เกี่ยวข้อง” คุณต้องกำหนดเองให้ชัด |
| 4. คำใน NOTE ข้อ 4.1 และ 4.2 · ไม่ใช่ข้อบังคับ | NOTE 2 เพิ่มคำว่า “การเมือง” · NOTE 3 เพิ่ม “ทิศทางกลยุทธ์” และ “ทรัพยากร” · ข้อ 4.2 มี NOTE เตือนว่าความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอาจรวมเรื่องสภาพภูมิอากาศ | 🟢 ไม่ต้องทำก็ได้ เพราะอยู่ใน NOTE ผู้ตรวจประเมินจากหน่วยรับรอง (CB) ออก NC (Nonconformity) จากข้อความใน NOTE ไม่ได้ |
| 5. ปรับสำนวน ข้อ 4.1 NOTE 2 · NOTE 3 และข้อ 4.2 b) | สลับลำดับคำ ตัดวลีสั้น ๆ และยุบวลีให้กระชับขึ้น สาระเท่าเดิม | 🟢 ไม่กระทบงานคุณ ยกเว้นคู่มือคุณภาพที่ลอกถ้อยคำมาตรฐานมาทั้งท่อน จะมีคำที่ไม่ตรงกับ ISO 9001:2026 |
จำง่าย ๆ ครับ แดงคือต้องทำ เหลืองคือรู้ไว้ เขียวคือปล่อยผ่านได้ครับ ส่วนประโยคหลักของข้อ 4.1 ที่ให้กำหนดประเด็นภายนอกและภายใน แล้วเฝ้าติดตามและทบทวน ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่คำเดียว ( ว๊าว )
จุดที่ต้องระวังคือตำแหน่งครับ ประโยคเรื่องสภาพภูมิอากาศของข้อ 4.1 แทรกอยู่ตรงกลาง ระหว่างประโยคกำหนดประเด็น กับประโยคเฝ้าติดตามและทบทวน ไม่ได้ต่อท้ายข้อกำหนด และไม่ได้อยู่ใน NOTE ถ้าคู่มือคุณภาพของคุณเอาไปเขียนเป็นหมายเหตุ คนอ่านจะเข้าใจว่าไม่บังคับ ทั้งที่จริงบังคับแล้ว
หมายเหตุการตีความ: แถวที่ 3 เป็นการตีความของผมจากการเทียบถ้อยคำตามข้อกำหนดครับ เมื่อวลีนำถูกตัดออก ตัวกรองว่าความต้องการข้อไหนเข้าระบบจึงไปอยู่ที่ข้อย่อย c) ถ้าไม่กำหนดเกณฑ์ไว้ ทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีโอกาสยาวขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อ 4.1 กับ 4.2 คืออะไร แบบสั้นที่สุด
| ข้อ | ให้คุณทำอะไร |
|---|---|
| 4.1 บริบทองค์กร | ลิสต์ออกมาว่ามีเรื่องอะไรบ้างรอบตัวองค์กร ที่กระทบคุณภาพงานบ้าง แบ่งเป็นเรื่องภายนอกกับเรื่องภายใน แล้วคอยดูว่ามันเปลี่ยนไปหรือยัง |
| 4.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | ลิสต์ออกมาว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง แต่ละกลุ่มต้องการอะไร และ QMS จะจัดการเรื่องไหนให้ |
ข้อกำหนดสองข้อนี้คือฐานของทุกอย่างที่ตามมาครับ เพราะตอนวางแผนเรื่องความเสี่ยงและโอกาส มาตรฐานให้หยิบประเด็นจากข้อ 4.1 และความต้องการจากข้อ 4.2 ไปใช้ต่ออีกเพียบ ถ้าฐานเขียนล่องลอย เลือนลาง ตารางความเสี่ยงก็เลื่อนลอยตามครับ
รายละเอียดเรื่องนั้นผมแยกไว้ที่ ข้อกำหนด 6.1 ความเสี่ยงและโอกาส ครับ หน้านี้ผมตั้งใจให้จบแค่ข้อ 4.1 กับ 4.2
ตัวอย่างบริบทองค์กร ISO 9001 เขียนอย่างไร
ผมยกตัวอย่างคลินิกหมอฟันเล็ก ๆ แห่งหนึ่งให้ดูครับ มาตรฐานไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นตารางแบบนี้ จะใช้ SWOT, PESTLE หรือรูปแบบที่คุณถนัดก็ได้
แต่ขอให้สังเกตคอลัมน์ขวาสุดให้ดี เพราะคนส่วนใหญ่ลืมคอลัมน์นี้ครับ พอผู้ตรวจประเมิน Auditor จาก CB ถามว่า “แล้วเรื่องนี้เอาไปทำอะไรต่อ คะ/ครับ” ก็งง ตอบกันไม่ถูก
| เรื่องที่คลินิกเจอจริงๆ | ภายนอก / ภายใน | จะเอาไปวางแผนอย่างไรต่อดี |
|---|---|---|
| คลินิกคู่แข่งเปิดใหม่ข้าง ๆ | ภายนอก — ตลาด | ติดตามความพึงพอใจผู้รับบริการทุกไตรมาส |
| ผู้รับบริการสูงอายุเพิ่มขึ้น | ภายนอก — สังคม | วางแผนอบรมทันตแพทย์เพิ่มทักษะเฉพาะทาง |
| กฎการควบคุมการติดเชื้อจากหน่วยงานกำกับ | ภายนอก — กฎหมาย | ทบทวนวิธีทำหมันเครื่องมือและบันทึก |
| คลินิกอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม | ภายนอก — สภาพภูมิอากาศ | ทำแผนรับมือฉุกเฉินและแนวทางแจ้งผู้รับบริการ |
| ทันตแพทย์ประจำมีแค่ 2 คน | ภายใน — บุคลากร | ทำแผนสำรองคนและระบบนัดหมายยืดหยุ่น |
| เครื่องเอกซเรย์ใกล้หมดอายุใช้งาน | ภายใน — ทรัพยากร | ตั้งงบเปลี่ยนเครื่องและแผนบำรุงรักษา |
| มีแผนเปิดสาขาสองใน 2 ปี | ภายใน — ทิศทางกลยุทธ์ | ออกแบบเอกสารให้ใช้ร่วมหลายสาขาตั้งแต่ต้น |
แถวตัวหนาคือเรื่องสภาพภูมิอากาศ แถวที่ ISO 9001:2026 ทำให้คุณต้องมีคำตอบครับ ถ้าตารางของคุณยังไม่มีแถวแบบนี้ เติมเข้าไปได้เลย
และถ้าพิจารณาแล้วไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ ก็เขียนว่า “พิจารณาแล้ว ไม่เกี่ยวข้อง เพราะ…” ได้เลยครับ ไม่ต้องแต่งเรื่องน้ำท่วมขึ้นมาให้ตารางดูมีอะไรเพื่อให้ auditor ภูมิใจ ( ไม่เป็นไร บอกเลย ไม่เป็นไร )
ตารางตัวอย่างนี้ตอบข้อกำหนดข้อไหนบ้าง ผมแยกให้ดูครับ จะได้รู้ว่าส่วนไหนบังคับ ส่วนไหนผมแนะนำเอง
| ส่วนของตาราง | ตอบเรื่องอะไร | สถานะ |
|---|---|---|
| รายการ “เรื่องที่เจอ” แยกภายนอก / ภายใน | ข้อ 4.1 ให้กำหนดประเด็นภายนอกและภายใน | ข้อบังคับ |
| แถวสภาพภูมิอากาศ | ข้อ 4.1 ให้พิจารณาว่าสภาพภูมิอากาศเกี่ยวข้องหรือไม่ | ข้อบังคับ |
| ชื่อหมวด เช่น ตลาด สังคม กฎหมาย ทรัพยากร ทิศทางกลยุทธ์ | ตัวอย่างที่ NOTE 2 และ NOTE 3 ของข้อ 4.1 ยกไว้ คุณตั้งหมวดเองได้ | หมายเหตุ (ไม่บังคับ) |
| คอลัมน์ “จะเอาไปวางแผนอย่างไร” | สะพานไปข้อ 6.1 ซึ่งให้นำประเด็นจากข้อ 4.1 ไปใช้ตอนวางแผน | ผมแนะนำ ข้อ 4.1 ไม่ได้บังคับ |
ตัวอย่างทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต้องมีคอลัมน์อะไรบ้าง
ตารางนี้ผมเปลี่ยนเป็นตัวอย่างโรงงานทั่วไปครับ จะได้เห็นกลุ่มที่หลากหลายกว่าคลินิก คอลัมน์ขวาสุดคือของใหม่ตามข้อ 4.2 c) ทะเบียนเดิมที่ผมเจอบ่อยมีแค่สองคอลัมน์แรก
| ใคร | เขาต้องการอะไร | QMS จัดการไหม (ของใหม่) |
|---|---|---|
| ลูกค้า | คุณภาพสินค้า กำหนดส่งมอบ ราคา | ✅ จัดการทั้งหมด |
| หน่วยงานกำกับดูแล | ใบอนุญาต รายงานประจำปี | ✅ จัดการเฉพาะส่วนที่กระทบคุณภาพ |
| ผู้ถือหุ้น | ผลตอบแทนการลงทุน | ❌ ไม่จัดการ อยู่ในระบบบัญชีการเงิน |
| พนักงาน | ความปลอดภัยในการทำงาน | ❌ ไม่จัดการ อยู่ในระบบ ISO 45001 |
| ชุมชนรอบโรงงาน | การจัดการเสียงและของเสีย | ❌ ไม่จัดการ อยู่ในระบบ ISO 14001 |
ใส่ ❌ ได้ครับ ไม่ผิด มาตรฐานไม่ได้บังคับให้ QMS จัดการทุกเรื่อง แค่ต้องบอกให้ชัดว่าข้อไหนจัดการ ข้อไหนไม่จัดการ
สิ่งที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย
ห้าเรื่องนี้คือสิ่งที่คนเข้าใจผิดบ่อยครับ ตัดออกจากรายการงานที่ต้องทำได้เลยครับ ไม่ต้องเสียเวลามากมาย
| ที่คิดว่าต้องทำ | ความจริง |
|---|---|
| รื้อ SWOT หรือ PESTLE ใหม่ทั้งหมด | ไม่ต้องรื้อครับ มาตรฐานไม่เคยบังคับเครื่องมือ ของเดิมใช้ต่อได้ |
| เพิ่มคำว่า “ความรู้” ในรายการปัจจัยภายใน | ไม่ต้องเพิ่มครับ คำนี้มีอยู่แล้วตั้งแต่ ISO 9001:2015 ที่เพิ่มจริงใน NOTE 3 มีแค่ทิศทางกลยุทธ์กับทรัพยากร |
| เพิ่มปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหมวดใหม่ | ไม่ต้องเพิ่มครับ คำที่เพิ่มเข้ามาจริงใน NOTE 2 คือ “การเมือง” คำเดียว และทั้งหมดอยู่ใน NOTE ซึ่งไม่ใช่ข้อบังคับ |
| ทำช่อง “ความคาดหวัง” แยกจาก “ความต้องการ” ในทะเบียน | ไม่ต้องทำเลยครับ ตัวข้อกำหนด 4.2 ใช้คำว่าความต้องการอย่างเดียว ทั้ง ISO 9001:2015 และ ISO 9001:2026 คำว่าความคาดหวังอยู่แค่ในชื่อหัวข้อ |
| เปลี่ยนเลขเอกสารตามเลขข้อกำหนด | ไม่ต้องเปลี่ยนครับ มาตรฐานไม่ได้ให้ตั้งเลขหรือชื่อเอกสารตามเลขข้อกำหนด และเลข 4.1 กับ 4.2 ก็ยังเป็นเลขเดิม |
หมายเหตุการตีความ: คำว่า “สิ่งแวดล้อม” ที่เห็นในรายการของ NOTE 2 เป็นข้อสังเกตจากการเทียบถ้อยคำของผมครับ ISO 9001:2015 ใช้คำว่า “สภาพแวดล้อม” เป็นคำหลักของประโยค พอ ISO 9001:2026 เปลี่ยนคำหลักเป็น “ประเด็น” คำเดิมจึงย้ายไปอยู่ท้ายรายการ ผมจึงไม่นับเป็นหมวดปัจจัยใหม่
เพิ่งรับงานนี้ต่อจาก QMR คนเก่า ต้องเริ่มตรงไหนก่อน
| ลำดับ | ทำอะไรก่อนดี | ไปหาที่ไหน |
|---|---|---|
| 1 | หาเอกสารวิเคราะห์บริบทองค์กรฉบับล่าสุดมาก่อน | QMR คนเดิม หรือฝ่ายประกันคุณภาพ |
| 2 | ดูว่ามีเรื่องสภาพภูมิอากาศหรือยัง ถ้ายังไม่มี เพิ่ม 1 แถว พร้อมผลการพิจารณาว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ | ตารางบริบทจากลำดับ 1 |
| 3 | ดูว่าแต่ละเรื่องบอกไว้ไหมว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ ถ้ายังไม่มี เพิ่มคอลัมน์ “จะเอาไปวางแผนอย่างไร” | ตารางเดิม แล้วโยงไปตารางความเสี่ยงและโอกาส ข้อ 6.1 |
| 4 | เพิ่มคอลัมน์ “QMS จัดการไหม” แล้วไล่เติมทีละแถว | ทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย |
ทำสี่ลำดับนี้จบ ส่วนที่ ISO 9001:2026 เปลี่ยนในข้อ 4.1 กับ 4.2 คุณก็เก็บครบแล้วครับ ที่เหลือคือทำให้คู่มือคุณภาพพูดตรงกับตารางสองใบนี้
ข้อ 4.1 กับ 4.2 ต้องทำเอกสารอะไรบ้าง
ไม่มีเอกสารบังคับครับ ข้อ 4.1 และ 4.2 ไม่มีข้อกำหนดเรื่องเอกสารสารสนเทศ ทั้ง ISO 9001:2015 และ ISO 9001:2026 มาตรฐานไม่ได้เขียนว่าต้องมีระเบียบปฏิบัติ แบบฟอร์ม หรือตารางหน้าตาแบบไหน
แต่ ไม่บังคับเอกสาร ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีหลักฐานครับ ข้อกำหนดทั้งสองข้อเป็นข้อบังคับ ผู้ตรวจประเมินจาก CB ถามหาหลักฐานได้ จะเป็นบันทึกการประชุม ตารางที่มีอยู่เดิม หรือคำตอบจากการสัมภาษณ์ก็ได้ ถ้าตอบไม่ได้เลยว่าพิจารณาแล้วอย่างไร ตรงนั้นแหละที่ออก NC ได้
มุมมองจากฝั่งผู้ตรวจประเมินภายนอก: ผมเป็น Lead Auditor ครับ เวลาผู้ตรวจประเมินจาก CB ตรวจข้อนี้ เขาดูวิธีที่คุณไปถึงข้อสรุป ไม่ใช่ตัวข้อสรุป คุณจะสรุปว่าสภาพภูมิอากาศไม่เกี่ยวกับธุรกิจคุณก็ได้ ขอแค่บอกได้ว่าคิดจากอะไร ( แต่ไม่ใช่เอะอะ ก็บอกว่าไม่เกี่ยวครับ )
ผมไล่อ่าน Annex A ทั้งฉบับแล้วครับ เจอจุดหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงครับ — A.4.1 ไม่มีคำว่า climate อยู่เลยแม้แต่คำเดียว ที่มีคือ A.4.2 ซึ่งอธิบายว่าเรื่องสภาพภูมิอากาศเข้ามาทางความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ 3 ทาง คือทางกฎระเบียบ ทางลูกค้า และทางพันธะสัญญาที่องค์กรให้ไว้เอง เช่น CBAM , CFO, CFP หรือ ISO 14064-1 เป็นต้น
Annex A เป็นส่วนให้ข้อมูล ไม่ใช่ข้อกำหนดนะครับ ใช้ช่วยตีความได้ แต่เอามาออก NC ไม่ได้
หมายเหตุ: อย่าอ่านกลับด้านว่าข้อ 4.1 เบาลงนะครับ ตัวข้อ 4.1 ยังเป็นข้อบังคับที่ออก NC ได้ ส่วนเรื่องสภาพภูมิอากาศในข้อ 4.2 อยู่ใน NOTE น้ำหนักของสองข้อนี้ไม่เท่ากัน
ตรวจคู่มือคุณภาพของคุณ ต้องแก้กี่ข้อความ — อัปโหลดไฟล์ .docx แล้วเห็นจำนวนข้อความที่ต้องแก้ทันที
ดูสรุปข้อกำหนด ISO 9001:2026 ที่เปลี่ยนแปลงทั้งหมด → | ดูข้อกำหนด 6.1 ความเสี่ยงและโอกาส →
ตรวจคู่มือคุณภาพของคุณว่าต้องแก้กี่จุด
คุณจะเห็นว่าแต่ละข้อกำหนด ISO 9001:2026 เปลี่ยนจุดไหนบ้างทันทีครับ! ส่งคู่มือคุณภาพไฟล์ .docx มา
4.1 เพิ่ม shall ใหม่: ต้องพิจารณาว่าสภาพภูมิอากาศเกี่ยวข้องกับ QMS หรือไม่
ไฟล์ขึ้นเซิร์ฟเวอร์เฉพาะตอนที่ท่านกดส่งเอง แล้วลบอัตโนมัติใน 14 วัน
คำถามที่พบบ่อย
ทุกองค์กรต้องมีมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศหรือไม่
ไม่ต้องครับ ข้อ 4.1 บังคับให้ พิจารณา ว่าสภาพภูมิอากาศเกี่ยวข้องกับ QMS ของคุณหรือไม่ ไม่ได้บังคับให้ทำมาตรการ ถ้าสรุปว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็จบที่เหตุผลว่าทำไมไม่เกี่ยว มาตรฐานไม่ได้บังคับให้เขียนเป็นเอกสาร แต่จดไว้สักบรรทัดในตารางบริบทคือวิธีที่ตอบผู้ตรวจประเมินจาก CB ได้ง่ายที่สุด ถ้าสรุปว่าเกี่ยวข้อง เรื่องนั้นก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องเอาไปใช้ตอนวางแผนในข้อ 6.1
ถ้าสรุปว่าสภาพภูมิอากาศไม่เกี่ยวข้อง จะโดน NC ไหม
ไม่โดนครับ จะโดนก็ต่อเมื่อไม่มีหลักฐานว่าได้พิจารณา ข้อ 4.1 ให้องค์กรตัดสินเองว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ คำตอบว่า “ไม่เกี่ยวข้อง” จึงใช้ได้ ถ้าบอกได้ว่าคิดจากอะไร เช่น ที่ตั้งไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง วัตถุดิบไม่ขึ้นกับฤดูกาล ลูกค้าไม่มีข้อกำหนดเรื่องนี้ แต่หลักฐานพอหรือไม่เป็นอำนาจตัดสินของผู้ตรวจประเมินจาก CB ผมจึงบอกแทนเขาไม่ได้ว่าผ่านแน่
ต้องเริ่มทำ PESTLE ใหม่ทั้งหมดหรือไม่
ไม่ต้องครับ มาตรฐานไม่เคยบังคับให้ใช้ PESTLE หรือ SWOT มาตั้งแต่แรก ของใหม่ที่เป็นข้อบังคับจริงในข้อ 4.1 มีเรื่องเดียวคือสภาพภูมิอากาศ ส่วนคำที่เพิ่มใน NOTE 2 และ NOTE 3 เป็นหมายเหตุ ไม่ใช่ข้อบังคับ เติมเรื่องสภาพภูมิอากาศเข้าไปในของเดิมก็พอ ถ้าของเดิมมีหัวข้อการเมือง ทิศทางกลยุทธ์ หรือทรัพยากรอยู่แล้วก็ดี ถ้าไม่มีก็ไม่ถือว่าผิด
ต้องใส่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มไหม
ไม่ต้องครับ ข้อ 4.2 ให้กำหนดเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารคุณภาพ และเฉพาะความต้องการที่เกี่ยวข้อง แต่ ISO 9001:2026 ตัดวลีที่เคยบอกว่าเกี่ยวข้องเพราะอะไรออกไปแล้ว เกณฑ์จึงเป็นสิ่งที่องค์กรกำหนดเอง จากนั้นใช้ข้อย่อย c) ตัดสินอีกชั้นว่าความต้องการข้อไหนที่ QMS จะจัดการ ผมแนะนำให้เขียนเกณฑ์คัดเลือกไว้สั้น ๆ ที่หัวทะเบียนครับ มาตรฐานไม่ได้บังคับ แต่ช่วยให้ไม่ต้องเถียงกันทุกปีว่าทำไมไม่มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้
องค์กรเล็กที่ไม่มีทีมเฉพาะทาง ทำอย่างไร
ทำได้ครับ และทำง่ายกว่าองค์กรใหญ่ด้วย นั่งคุยกันในทีมแล้วจดก็พอ ไม่ต้องใช้เครื่องมือซับซ้อน ถามกันง่าย ๆ ว่า “มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้งานเราสะดุด” แล้วเก็บผลไว้เป็นหลักฐาน ข้อ 4.1 ให้เฝ้าติดตามและทบทวนข้อมูลเหล่านี้ด้วย หลายองค์กรจึงทบทวนพร้อมการทบทวนฝ่ายบริหารไปเลย จะได้ไม่ต้องนัดประชุมเพิ่ม
