อัปเดตล่าสุด: 18 สิงหาคม 2569
ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: ข้อกำหนด 5.1 (ความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่น), 7.1.4 (สภาพแวดล้อมการทำงาน) และ 7.3 (ความตระหนักรู้)
ISO 9001:2026 ข้อกำหนด 5.1 เพิ่มข้อกำหนดใหม่ให้ผู้บริหารระดับสูงต้อง ส่งเสริมและแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม เรื่อง วัฒนธรรมคุณภาพ (Quality Culture) และ จริยธรรมในการทำงาน (Ethical Behaviour) ซึ่งในฉบับ 2015 เป็นเพียงประเด็นที่แฝงอยู่ในเจตนารมณ์ของมาตรฐาน แต่ในฉบับ 2026 กลายเป็นข้อกำหนดที่ผู้ตรวจประเมินต้องหาหลักฐานเชิงประจักษ์ (Objective Evidence) มาสนับสนุน
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในข้อกำหนด 5.1 และ 5.2
ข้อกำหนด 5.1 — เพิ่มข้อย่อยใหม่เรื่อง การส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมเชิงจริยธรรม พร้อม NOTE ใหม่ที่อธิบายว่าวัฒนธรรมคุณภาพสะท้อนออกมาทางใดบ้าง
ข้อกำหนด 5.2 — นโยบายคุณภาพต้องสะท้อนกลยุทธ์และบริบทขององค์กรชัดเจนขึ้น
ข้อกำหนด 7.3 (เกี่ยวเนื่อง) — ขยายข้อกำหนดความตระหนักรู้ให้ครอบคลุมวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรม ไม่ใช่แค่นโยบายและวัตถุประสงค์คุณภาพเหมือนเดิม
ผู้ตรวจประเมินจะมองหาหลักฐานที่แสดงว่าผู้บริหารมีบทบาทเชิงรุก เช่น การสื่อสารเรื่องวัฒนธรรมคุณภาพในที่ประชุม อีเมล หรือบันทึกการทบทวนฝ่ายบริหาร ไม่ใช่เพียงการมีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น
วัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรมปรากฏใน 3 ข้อกำหนดหลัก
คำว่าวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรมกระจายอยู่หลายจุดในมาตรฐานฉบับ 2026 แต่มี 3 ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องโดยตรง และไม่ใช่ทั้ง 3 จุดที่เป็นข้อกำหนดบังคับ การแยกให้ออกว่าจุดใดเป็นข้อกำหนด (shall) จุดใดเป็นเพียงหมายเหตุ (NOTE) สำคัญมาก เพราะผู้ตรวจประเมินออกข้อบกพร่อง (NC) ได้เฉพาะจุดที่เป็นข้อกำหนดเท่านั้น
ข้อกำหนด ปรากฏที่ใด สถานะ องค์กรต้องทำอะไร 5.1.1 (i) ภาวะผู้นำตัวข้อกำหนด — ผู้บริหารระดับสูงต้องส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมเชิงจริยธรรม ข้อกำหนดบังคับ ผู้บริหารต้องส่งเสริมจริง และต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ให้ผู้ตรวจเห็น 5.1.1 NOTE 2 หมายเหตุท้ายข้อ — ระบุว่าวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรมสะท้อนใน ค่านิยมร่วม ทัศนคติ แนวปฏิบัติ และการกระทำ หมายเหตุ (ไม่บังคับ) ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แต่ใช้ 4 คำนี้เป็นกรอบเตรียมหลักฐานได้ 7.1.4 สภาพแวดล้อมการทำงานประโยคท้าย NOTE — ระบุว่าปัจจัยบางอย่างของสภาพแวดล้อมได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรมขององค์กร หมายเหตุ (ไม่บังคับ) ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ตัวข้อกำหนด 7.1.4 ไม่เปลี่ยน 7.3 (e) ความตระหนักรู้ตัวข้อกำหนด — บุคลากรต้องตระหนักรู้เรื่องวัฒนธรรมคุณภาพและความคาดหวังด้านจริยธรรมขององค์กร ข้อกำหนดบังคับ ต้องทำให้พนักงานรู้ความคาดหวังขององค์กร และตอบผู้ตรวจได้
สรุปให้จำง่าย: มีเพียง 5.1.1 (i) และ 7.3 (e) ที่เป็นข้อกำหนดบังคับ ส่วนที่เหลือเป็นข้อความประกอบที่ช่วยให้เข้าใจเจตนา นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงในส่วนบทนำ (Foreword) และใน Annex A ข้อ A.5.1 ซึ่งทั้งสองส่วนเป็นเนื้อหาให้ข้อมูล (informative) ไม่ใช่ข้อกำหนด
ข้อควรระวังเรื่องข้อกำหนด 7.1.4
ตัวอย่างปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมใน NOTE ของข้อ 7.1.4 ได้แก่ ปัจจัยทางสังคม (เช่น ไม่เลือกปฏิบัติ บรรยากาศสงบ ไม่เผชิญหน้า) ปัจจัยทางจิตวิทยา (เช่น ลดความเครียด ป้องกันภาวะหมดไฟ ปกป้องสภาวะทางอารมณ์) และปัจจัยทางกายภาพ (เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสง การระบายอากาศ สุขอนามัย เสียง)
ตัวอย่างทั้ง 3 กลุ่มนี้มีอยู่แล้วในฉบับ 2015 ไม่ใช่ของใหม่ รวมถึงคำว่าลดความเครียดและป้องกันภาวะหมดไฟด้วย สิ่งที่เปลี่ยนจริงในข้อ 7.1.4 มี 2 จุด คือ ตัดคำว่าปัจจัยด้านมนุษย์และกายภาพออกจากประโยคนำ ทำให้เปิดกว้างเป็นปัจจัยทั่วไป และ เปลี่ยนประโยคท้ายทั้งประโยค จากเดิมที่ระบุว่าปัจจัยอาจแตกต่างกันมากตามผลิตภัณฑ์และบริการ มาเป็นประโยคเรื่องวัฒนธรรมคุณภาพแทน โดยข้อความเดิมถูกย้ายขึ้นไปรวมกับประโยคนำ
ทิศทางของประโยคใหม่คือวัฒนธรรมคุณภาพส่งผลต่อสภาพแวดล้อม ไม่ใช่กลับกัน และใช้คำว่าอาจ (can) ไม่ใช่ควร (should) ตัวข้อกำหนด 7.1.4 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง องค์กรจึงไม่ต้องแก้อะไรในระบบเพื่อรองรับข้อนี้
จริยธรรมในการทำงาน (Ethical Behaviour) มาตรฐานไม่ได้ให้นิยามไว้
ประเด็นนี้สร้างความสับสนมากที่สุด เพราะวัฒนธรรมคุณภาพกับจริยธรรมถูกเขียนคู่กันตลอด แต่ทั้งสองคำได้รับการปฏิบัติต่างกันอย่างชัดเจน
ประเด็น วัฒนธรรมคุณภาพ จริยธรรมในการทำงาน นิยามใน ISO 9000:2026 มี — วัฒนธรรมที่สนับสนุนการบรรลุนโยบายและวัตถุประสงค์คุณภาพ และการส่งมอบสินค้าและบริการที่ตรงความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่มี Annex A ข้อ A.5.1 กล่าวถึง มี ไม่มี นิยามในมาตรฐานอื่น — ISO 26000:2010 มีนิยาม แต่ไม่ใช่เอกสารอ้างอิงของ ISO 9001:2026
ผลที่ตามมาคือ องค์กรต้องนิยามเองว่าจริยธรรมในบริบทของตนหมายถึงอะไร และผู้ตรวจประเมินต้องตรวจตามนิยามที่องค์กรกำหนดไว้ ไม่ใช่ตามนิยามของ ISO 26000 เว้นแต่องค์กรจะรับนิยามนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ QMS เอง
องค์กรควรทำอย่างไรกับข้อกำหนดด้านจริยธรรม
ไม่จำเป็นต้องเขียนกรอบจริยธรรมขึ้นใหม่ วิธีที่ประหยัดแรงและตรงเจตนาของมาตรฐานที่สุดคือ
สำรวจสิ่งที่มีอยู่แล้ว — จรรยาบรรณธุรกิจ ค่านิยมองค์กร ระเบียบวินัยพนักงาน นโยบายต่อต้านการทุจริต คู่มือพนักงาน องค์กรส่วนใหญ่มีอย่างน้อยหนึ่งอย่าง
เลือกเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับคุณภาพ — เช่น การไม่ปลอมแปลงบันทึกผลการตรวจ การรายงานของเสียตามจริง การไม่ปล่อยผ่านงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่ยกจรรยาบรรณทั้งฉบับเข้ามา
ระบุความคาดหวังให้ชัดพอจะสื่อสารได้ — เพราะข้อกำหนด 7.3 (e) ต้องการให้พนักงานตระหนักรู้ ถ้าองค์กรเองยังบอกไม่ได้ว่าคาดหวังอะไร พนักงานก็ตอบผู้ตรวจไม่ได้
สื่อสารและเก็บร่องรอยไว้ — ผ่านช่องทางที่มีอยู่ เช่น ปฐมนิเทศ ประชุมประจำเดือน หรือบอร์ดประชาสัมพันธ์
ข้อควรระวังคือ อย่าขยายขอบเขตเกินความจำเป็น ข้อกำหนดนี้อยู่ในมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ ไม่ใช่มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม การนำประเด็นสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน หรือ ESG ทั้งหมดเข้ามาผูกกับข้อกำหนดนี้จะทำให้ขอบเขตการตรวจบานปลายโดยไม่จำเป็น
ตารางเทียบข้อย่อยข้อกำหนด 5.1.1 ฉบับ 2015 กับ 2026
ข้อกำหนด 5.1.1 ฉบับ 2015 มีข้อย่อย 10 ข้อ (a ถึง j) ส่วนฉบับ 2026 เพิ่มเป็น 12 ข้อ (a ถึง l) โดยไม่มีข้อย่อยใดถูกลบทิ้ง แต่มีการเรียงลำดับใหม่ทั้งหมด แยก 1 ข้อเป็น 2 ข้อ และเพิ่มข้อใหม่ 1 ข้อ
ฉบับ 2026 สาระของข้อย่อย มาจากฉบับ 2015 สิ่งที่เปลี่ยน a) ทำให้มั่นใจว่านโยบายคุณภาพและวัตถุประสงค์คุณภาพถูกจัดทำขึ้นและสอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร b) ตัด 2 จุด คือ สำหรับระบบบริหารคุณภาพ และ บริบท (context)b) บูรณาการข้อกำหนดของ QMS เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจขององค์กร c) ย้ายตำแหน่ง สาระเดิม c) จัดหาทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับ QMS e) ย้ายตำแหน่ง สาระเดิม d) สื่อสารความสำคัญของการบริหารคุณภาพที่มีประสิทธิผลและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ QMS f) ย้ายตำแหน่ง สาระเดิม e) ทำให้มั่นใจว่า QMS บรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ g) ย้ายตำแหน่ง สาระเดิม f) ชี้นำและสนับสนุนบุคลากรให้มีส่วนร่วมต่อประสิทธิผลของ QMS h) ตัดคำว่า engaging (การดึงให้เข้ามามีส่วนร่วม)g) ส่งเสริมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง i) เปลี่ยนจาก improvement เป็น continual improvement h) สนับสนุนบทบาทอื่นที่เกี่ยวข้องให้แสดงภาวะผู้นำในขอบเขตความรับผิดชอบของตน j) ตัดคำว่า management ทำให้ครอบคลุมบทบาทที่ไม่ใช่ผู้บริหารด้วยi) ส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมเชิงจริยธรรม ไม่มี ข้อใหม่ทั้งหมด คือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของข้อกำหนดนี้j) ส่งเสริมแนวคิดเชิงกระบวนการ (process approach) d) แยกส่วนแรก แยกออกจากข้อย่อยเดิมที่รวม 2 เรื่องไว้ด้วยกัน k) ส่งเสริมความคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง และบนพื้นฐานโอกาส d) แยกส่วนหลัง แยกออกมา และเพิ่ม opportunity-based thinking ซึ่งเดิมไม่มี l) รับผิดชอบ (accountability) ต่อประสิทธิผลของ QMS a) ย้ายจากข้อย่อยแรกไปเป็นข้อย่อยสุดท้าย
NOTE ท้ายข้อกำหนดก็เปลี่ยนด้วย
NOTE ฉบับ 2015 ฉบับ 2026 NOTE 1 (นิยามคำว่า business)อธิบายว่าคำว่า business ตีความกว้างได้ถึงกิจกรรมที่เป็นแก่นของการดำรงอยู่ขององค์กร พร้อมระบุต่อท้ายว่าไม่ว่าองค์กรจะเป็นภาครัฐ เอกชน แสวงหากำไร หรือไม่แสวงหากำไร คงคำอธิบายเดิมไว้ แต่ตัดข้อความต่อท้ายเรื่องประเภทองค์กรออก NOTE 2 (วัฒนธรรมคุณภาพ)ไม่มี NOTE ใหม่ ระบุว่าวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมเชิงจริยธรรมขององค์กรสะท้อนออกมาใน ค่านิยมร่วม ทัศนคติ แนวปฏิบัติ และการกระทำ
การตัดข้อความใน NOTE 1 ไม่ได้เปลี่ยนสาระ เพราะการที่องค์กรเป็นภาครัฐหรือเอกชนไม่กระทบนิยามของคำว่า business อยู่แล้ว น่าจะเป็นการลดถ้อยคำที่ไม่จำเป็น
ส่วน NOTE 2 มีน้ำหนักในทางปฏิบัติสูง เพราะเป็นจุดเดียวในตัวมาตรฐานที่บอกว่าจะดูวัฒนธรรมคุณภาพได้จากอะไร คือ ค่านิยมร่วม ทัศนคติ แนวปฏิบัติ และการกระทำ องค์กรที่จะเตรียมหลักฐานควรใช้ 4 คำนี้เป็นกรอบตั้งต้น มากกว่าจะไปสร้างเอกสารชุดใหม่
3 จุดที่ควรอ่านให้ละเอียด
จุดที่ 1 — ข้อย่อย a) ตัดคำ 2 จุด ไม่ใช่จุดเดียว ฉบับ 2015 เขียนว่านโยบายและวัตถุประสงค์คุณภาพถูกจัดทำขึ้น สำหรับระบบบริหารคุณภาพ และต้องเข้ากันได้กับ บริบทและทิศทางกลยุทธ์ ฉบับ 2026 ตัดทั้งคำว่าสำหรับระบบบริหารคุณภาพ และคำว่าบริบทออก เหลือเพียงความสอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์
สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่าตีความว่าองค์กรไม่ต้องพิจารณาบริบทอีกต่อไป เพราะหน้าที่พิจารณาบริบทยังอยู่ครบที่ข้อกำหนด 4.1 และเข้มขึ้นด้วยซ้ำจากการผนวกประเด็นสภาพภูมิอากาศเข้าตัวข้อ สิ่งที่เปลี่ยนคือการผูกนโยบายกับบริบทโดยตรงในระดับข้อกำหนดผู้บริหารสูงสุด ไม่ใช่ตัวหน้าที่พิจารณาบริบท
จุดที่ 2 — ตัดคำว่า engaging ออกจากข้อย่อย f) ฉบับ 2015 ใช้คำว่า engaging, directing and supporting ส่วนฉบับ 2026 เหลือเพียง directing and supporting องค์กรไม่ควรตีความว่าการดึงบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมไม่สำคัญแล้ว เพราะความคาดหวังด้านภาวะผู้นำในภาพรวมของข้อกำหนดนี้ยังคงเดิม
จุดที่ 3 — accountability ย้ายจากข้อแรกไปข้อสุดท้าย เดิมความรับผิดชอบของผู้บริหารสูงสุดเป็นข้อย่อยแรก ตอนนี้ไปอยู่ท้ายสุด แต่ Annex A ของฉบับ 2026 ระบุชัดว่าลำดับของรายการในข้อย่อยไม่ได้สื่อถึงลำดับความสำคัญ จึงไม่ควรตีความว่าความรับผิดชอบมีน้ำหนักลดลง
การเทียบข้อย่อยทีละข้อและการวิเคราะห์ 3 จุดข้างต้นเป็นการเทียบถ้อยคำระหว่างสองฉบับ ผู้ตรวจประเมินบางท่านอาจให้น้ำหนักกับการเปลี่ยนถ้อยคำเหล่านี้ต่างกัน
ข้อกำหนด 5.1 ไม่ได้บังคับให้มีเอกสารหรือบันทึกใดๆ
ประเด็นนี้เข้าใจผิดกันบ่อย ทั้งฉบับ 2015 และฉบับ 2026 ข้อกำหนด 5.1 ไม่มีข้อความใดที่ระบุว่าต้องมีเอกสารสารสนเทศ (documented information) ไม่ว่าจะในรูปเอกสารหรือบันทึก
สิ่งที่ข้อกำหนดใหม่ต้องการคือให้ผู้บริหารระดับสูง ส่งเสริม (promote) วัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมเชิงจริยธรรม ซึ่งเป็นการกระทำ ไม่ใช่การจัดทำเอกสาร ผู้ตรวจประเมินจึงต้องหา หลักฐานเชิงประจักษ์ (objective evidence) ว่าการส่งเสริมนั้นเกิดขึ้นจริง
ข้อควรแยกให้ชัดคือ หลักฐานเชิงประจักษ์ กับ เอกสารสารสนเทศ เป็นคนละเรื่องกัน หลักฐานเชิงประจักษ์อาจมาจากการสัมภาษณ์พนักงาน การสังเกตการณ์หน้างาน หรือเอกสารที่องค์กรมีอยู่แล้วก็ได้ องค์กรจึงไม่จำเป็นต้องสร้างฟอร์มหรือบันทึกชุดใหม่เพื่อรองรับข้อกำหนดนี้
ตัวอย่างหลักฐานที่ใช้แสดงได้ (ไม่ใช่ข้อบังคับ)
รายการด้านล่างเป็นตัวเลือก ที่องค์กรอาจใช้แสดงว่าผู้บริหารส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรมจริง องค์กรเลือกใช้เท่าที่เหมาะกับขนาดและลักษณะธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อ
ประเภทหลักฐาน ตัวอย่าง โยงกับ NOTE 2 เอกสารที่มีอยู่แล้ว นโยบายคุณภาพที่กล่าวถึงค่านิยมองค์กร จรรยาบรรณธุรกิจเดิม ระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่ ค่านิยมร่วม บันทึกการสื่อสาร วาระการประชุมทบทวนฝ่ายบริหารที่มีหัวข้อวัฒนธรรมคุณภาพ อีเมลหรือประกาศจากผู้บริหาร แนวปฏิบัติ บันทึกการฝึกอบรม เนื้อหาปฐมนิเทศหรืออบรมประจำปีที่ครอบคลุมวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรม (เชื่อมกับข้อกำหนด 7.3) ทัศนคติ การสัมภาษณ์และสังเกตการณ์ ผู้ตรวจสัมภาษณ์พนักงานว่ารู้ความคาดหวังขององค์กรเรื่องนี้หรือไม่ — ไม่ต้องมีเอกสารรองรับ ทัศนคติ, การกระทำ กิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง ผู้บริหารเข้าร่วมกิจกรรมคุณภาพด้วยตนเอง การให้รางวัลพนักงานที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน การกระทำ
องค์กรที่ต้องการวัดผลอย่างเป็นระบบอาจเลือกทำแบบสำรวจวัฒนธรรมองค์กรหรือแผนกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพเพิ่มเติมได้ แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นทางเลือกเพื่อการบริหารจัดการ ไม่ใช่สิ่งที่มาตรฐานบังคับ การมีฟอร์มมากเกินความจำเป็นไม่ได้ทำให้ผ่านการตรวจง่ายขึ้น
เชื่อมโยงกับข้อกำหนด 5.3 บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ
ข้อกำหนด 5.3 มีการปรับถ้อยคำที่ควรรู้ คำว่าเข้าใจ (understood) ถูกตัดออกจากข้อกำหนดที่ให้ผู้บริหารมอบหมายบทบาทหน้าที่ แต่ไม่ได้แปลว่าความเข้าใจของพนักงานไม่สำคัญอีกต่อไป หากบทบาทหน้าที่ไม่ถูกเข้าใจอย่างถูกต้อง ก็ยังส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของระบบอยู่ดี และเรื่องความเข้าใจไปอยู่ที่ข้อกำหนด 7.3 เรื่องความตระหนักรู้แทน
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มคำว่า including หน้าประโยคเรื่องการรักษาความสมบูรณ์ของ QMS เพื่อย้ำว่าผู้บริหารต้องรักษาความสมบูรณ์ของระบบตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง
เอกสารที่ควรพิจารณาปรับ (ไม่ใช่ข้อบังคับของ 5.1)
นโยบายคุณภาพ — พิจารณาเพิ่มถ้อยคำเรื่องวัฒนธรรมองค์กรและจริยธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนด 5.2 ที่ต้องการให้นโยบายสะท้อนกลยุทธ์และบริบทชัดเจนขึ้น
หลักสูตรปฐมนิเทศและอบรมประจำปี — ข้อกำหนด 7.3 ขยายให้บุคลากรต้องตระหนักรู้เรื่องวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรม จึงควรเพิ่มหัวข้อนี้เข้าไป (ความจำเป็นมาจากข้อกำหนด 7.3 ไม่ใช่ 5.1)
เกณฑ์การตรวจสอบที่ผู้ตรวจประเมินมักมองหา
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจประเมินตามข้อกำหนด 5.1 ฉบับใหม่ องค์กรควรเตรียมตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้
ผู้บริหารระดับสูงอธิบายได้หรือไม่ว่าองค์กรคาดหวังอะไรจากวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมเชิงจริยธรรม
องค์กรนิยามความคาดหวังด้านจริยธรรมของตนไว้ที่ใด และเกี่ยวข้องกับคุณภาพอย่างไร
มีการอ้างอิงวัฒนธรรมคุณภาพในการสื่อสารของผู้บริหาร เช่น อีเมล การประชุมทีม หรือวาระทบทวนฝ่ายบริหารหรือไม่
พนักงานที่ถูกสัมภาษณ์ตอบได้หรือไม่ว่าองค์กรคาดหวังอะไรจากตนในเรื่องนี้ (เชื่อมโยงข้อกำหนด 7.3)
ผู้บริหารแสดงความมุ่งมั่นอย่างเห็นได้ชัด เช่น เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพด้วยตนเอง
อยากรู้ว่าเอกสารระบบคุณภาพเดิมขององค์กรครอบคลุมข้อกำหนดวัฒนธรรมคุณภาพฉบับใหม่นี้แล้วหรือยัง? ใช้ 2026 Readiness Scan — ส่งเอกสารให้เราตรวจฟรี รู้ผลใน 2 วันทำการ ไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
วัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรมอยู่ในข้อกำหนดใดบ้าง? มี 3 ข้อกำหนดหลักคือ 5.1.1 (ภาวะผู้นำ) 7.1.4 (สภาพแวดล้อมการทำงาน) และ 7.3 (ความตระหนักรู้) แต่มีเพียง 5.1.1 (i) และ 7.3 (e) ที่เป็นข้อกำหนดบังคับ ส่วนใน 7.1.4 ปรากฏเฉพาะในหมายเหตุ ผู้ตรวจประเมินจึงออกข้อบกพร่องได้เฉพาะสองข้อแรก
มาตรฐานให้นิยามคำว่าจริยธรรมในการทำงานไว้หรือไม่? ไม่มี ISO 9000:2026 ให้นิยามเฉพาะวัฒนธรรมคุณภาพ แต่ไม่ได้นิยามจริยธรรมในการทำงาน องค์กรจึงต้องกำหนดเองว่าจริยธรรมในบริบทของตนหมายถึงอะไร และผู้ตรวจต้องตรวจตามนิยามที่องค์กรกำหนด ไม่ใช่ตามมาตรฐานอื่นเช่น ISO 26000 ซึ่งไม่ใช่เอกสารอ้างอิงของ ISO 9001:2026
ข้อกำหนด 5.1 บังคับให้ทำเอกสารหรือบันทึกอะไรบ้าง? ไม่บังคับเลย ทั้งฉบับ 2015 และ 2026 ข้อกำหนด 5.1 ไม่มีข้อความเรื่องเอกสารสารสนเทศ สิ่งที่ต้องมีคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าผู้บริหารส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพจริง ซึ่งอาจมาจากการสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ หรือเอกสารที่มีอยู่แล้วก็ได้ ไม่จำเป็นต้องสร้างฟอร์มใหม่
ข้อกำหนด 5.1.1 ฉบับ 2026 มีกี่ข้อย่อย และเพิ่มจากเดิมกี่ข้อ? มี 12 ข้อย่อย (a ถึง l) เพิ่มจากฉบับ 2015 ที่มี 10 ข้อย่อย (a ถึง j) จำนวน 2 ข้อ โดยข้อหนึ่งมาจากการแยกข้อย่อย d) เดิมออกเป็นแนวคิดเชิงกระบวนการและความคิดบนพื้นฐานความเสี่ยง ส่วนอีกข้อคือข้อย่อย i) เรื่องวัฒนธรรมคุณภาพและจริยธรรมซึ่งเป็นข้อใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี NOTE 2 เพิ่มขึ้นมาใหม่ด้วย
องค์กรขนาดเล็กที่ไม่มีฝ่าย HR แยกต้องทำอย่างไร? สามารถใช้ผู้บริหารหรือ QMR เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงได้ ไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายบุคคลแยกเฉพาะ และไม่จำเป็นต้องมีเอกสารเพิ่ม สิ่งสำคัญคือผู้บริหารสื่อสารเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอจนพนักงานตอบผู้ตรวจได้
ถ้าองค์กรมีจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) อยู่แล้วต้องทำอะไรเพิ่ม? สามารถใช้จรรยาบรรณเดิมเป็นฐานได้ เพียงเลือกเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับคุณภาพมาเชื่อมโยงกับ QMS ให้ชัดเจน และมีหลักฐานว่าผู้บริหารสื่อสารเรื่องนี้จริง ไม่ควรยกจรรยาบรรณทั้งฉบับเข้ามาเพราะจะทำให้ขอบเขตการตรวจบานปลายโดยไม่จำเป็น
ดูข้อกำหนด 5.2 นโยบายคุณภาพ → | ดูสรุปทุกข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงใน ISO 9001:2026 →