ISO 9001:2026 ข้อกำหนด 7.1.6 องค์ความรู้องค์กร (Organizational Knowledge) ต้องทำเอกสารอะไรบ้าง

การ์ตูนความรู้ที่ถูกเก็บไว้ในตัวพนักงานคนเดียว ข้อกำหนด 7.1.6

อัปเดตล่าสุด: 18 สิงหาคม 2569

ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง: ISO 9001:2015 ข้อ 7.1.6 เทียบกับร่าง FDIS ISO 9001:2026 ข้อ 7.1.6 องค์ความรู้องค์กร (Organizational knowledge)

ข้อกำหนด 7.1.6 เรื่ององค์ความรู้องค์กร ใน ISO 9001:2026 เปลี่ยนสาระ 2 จุด คือขยายวัตถุประสงค์ของการเก็บความรู้ให้ครอบคลุมผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของระบบบริหารคุณภาพ ไม่ใช่แค่ความสอดคล้องของสินค้าและบริการ และเปลี่ยนวิธีจัดการความรู้จากการรักษาและทำให้พร้อมใช้ เป็นการรักษา ใช้งาน และแบ่งปัน

ข้อกำหนด 7.1.6 เปลี่ยนอะไรบ้าง

ประเด็นฉบับ 2015ฉบับ 2026
วัตถุประสงค์ของการเก็บความรู้เพื่อการดำเนินงานกระบวนการ และเพื่อให้บรรลุความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการดำเนินงานกระบวนการ และเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของระบบบริหารคุณภาพ
วิธีจัดการความรู้ต้องรักษาไว้และทำให้พร้อมใช้งานเท่าที่จำเป็น (maintained and made available)ต้องรักษาไว้ ใช้งาน และแบ่งปันเท่าที่จำเป็น (retained, applied and shared)
หมายเหตุเรื่องรูปแบบความรู้มีอยู่แล้วคงเดิม

จุดที่ 1 — ขอบเขตกว้างขึ้นกว่าที่เห็น

ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้ของระบบบริหารคุณภาพไม่ได้จำกัดแค่ความสอดคล้องของสินค้าและบริการ แต่รวมถึงเรื่องอื่นด้วย เช่น ความพึงพอใจของลูกค้าและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง องค์กรจึงควรพิจารณาความรู้ที่กว้างกว่าความรู้เชิงเทคนิคการผลิต เช่น ความรู้เรื่องพฤติกรรมลูกค้า หรือความรู้เรื่องวิธีจัดการข้อร้องเรียน

จุดที่ 2 — เพิ่มคำว่าใช้งานและแบ่งปัน

คำว่าใช้งาน (applied) และแบ่งปัน (shared) เป็นคำใหม่ที่ไม่มีในฉบับเดิม สะท้อนว่ามาตรฐานไม่ได้พอใจแค่การมีความรู้เก็บไว้เฉยๆ แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าความรู้นั้นถูกนำไปใช้จริงและถูกถ่ายทอดให้ผู้อื่นด้วย

ในทางปฏิบัติ ผู้ตรวจประเมินที่เคยถามเพียงว่าเก็บความรู้ไว้ที่ไหน อาจถามเพิ่มว่าความรู้นั้นถูกใช้ในงานจริงอย่างไร และคนใหม่เข้าถึงความรู้นั้นได้อย่างไร

ข้อกำหนด 7.1.6 ไม่บังคับให้จัดทำเอกสารใดเลย

ประเด็นนี้ต้องเน้นเพราะมีการแนะนำคลาดเคลื่อนกันมาก ข้อกำหนด 7.1.6 ทั้งฉบับ 2015 และฉบับ 2026 ไม่มีข้อความใดที่กำหนดให้ต้องมีเอกสารสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบปฏิบัติเรื่องการจัดการความรู้ ทะเบียนความรู้ หรือแบบฟอร์มใดๆ

สิ่งที่มาตรฐานกำหนดคือองค์กรต้องกำหนด รักษา ใช้งาน และแบ่งปันความรู้ที่จำเป็น ส่วนจะทำอย่างไรและบันทึกไว้ในรูปแบบใด องค์กรเลือกได้เอง องค์กรที่มีคู่มือปฏิบัติงาน ฐานข้อมูลภายใน หรือระบบพี่เลี้ยงอยู่แล้วสามารถใช้สิ่งที่มีอยู่เป็นหลักฐานได้

ข้อกำหนดนี้ไม่ได้เพิ่มเรื่อง AI หรือดิจิทัล

มีความเข้าใจผิดที่แพร่หลายว่า ISO 9001:2026 เพิ่มข้อกำหนดเรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือความยั่งยืนโดยตรง แต่จากการตรวจสอบถ้อยคำในร่างมาตรฐานขั้นสุดท้ายพบว่า ไม่มีข้อกำหนดใหม่เรื่อง AI ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยเฉพาะ

ข้อควรรู้เพิ่มเติม: คำว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่บางแหล่งนำเสนอว่าเป็นทิศทางใหม่ของฉบับ 2026 นั้น ปรากฏอยู่ในหมายเหตุของข้อกำหนด 7.1.3 เรื่องโครงสร้างพื้นฐานมาตั้งแต่ฉบับ 2015 แล้ว และข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้ถูกแก้ไขในฉบับใหม่ องค์กรจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนทำแผนผังการพึ่งพาระบบไอทีหรือระบบควบคุมการเข้าถึงข้อมูลเพื่อรองรับฉบับ 2026 โดยเฉพาะ เพราะเรื่องเหล่านั้นเป็นขอบเขตของ ISO 27001 ไม่ใช่ ISO 9001

องค์ความรู้องค์กร 4 รูปแบบตามมาตรฐาน

รูปแบบคำอธิบายตัวอย่าง
ความรู้จากประสบการณ์ของบุคคลความรู้ที่สะสมอยู่ในตัวพนักงานจากการทำงานจริงเทคนิคแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของช่างเทคนิคอาวุโส
ความรู้จากการศึกษา ฝึกอบรม และเรียนรู้จากผู้อื่นความรู้ที่ได้รับผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการหลักสูตรฝึกอบรมภายใน การพี่เลี้ยงงาน
ความรู้ที่ฝังอยู่ในวิธีการ กระบวนการ และผลิตภัณฑ์ความรู้ที่ถูกออกแบบไว้ในตัวกระบวนการหรือสินค้าเองสูตรการผลิต มาตรฐานการออกแบบผลิตภัณฑ์
ความรู้ที่ปรากฏในเอกสารสารสนเทศ ระบบดิจิทัล และสื่ออื่นความรู้ที่ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบที่เข้าถึงได้คู่มือปฏิบัติงาน ฐานข้อมูลองค์กร วิดีโอสอนงาน

สังเกตว่าระบบดิจิทัลในตารางข้างต้นเป็นเพียงช่องทางจัดเก็บความรู้ช่องทางหนึ่งในสี่ช่องทาง เทียบเท่ากับเอกสารกระดาษหรือสื่ออื่น ไม่ใช่ข้อกำหนดใหม่ที่บังคับให้ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัล องค์กรที่เก็บความรู้ไว้ในรูปแบบกระดาษหรือคู่มือแบบเดิมยังคงสอดคล้องกับข้อกำหนดได้ ตราบใดที่ความรู้นั้นถูกรักษาไว้ ใช้งานได้ และแบ่งปันได้จริง

ความรู้องค์กรมาจากไหน

องค์ความรู้องค์กรคือความรู้เฉพาะขององค์กร ซึ่งมาจากประสบการณ์ร่วมกันขององค์กรหรือประสบการณ์ส่วนบุคคลของพนักงานแต่ละคน ความรู้นี้ถูกใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์คุณภาพหรือผลลัพธ์ที่องค์กรตั้งใจไว้ พนักงานและประสบการณ์ของพวกเขาจึงเป็นรากฐานสำคัญของความรู้องค์กร

องค์กรขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนอาจเลือกวางระบบจัดการความรู้อย่างเป็นทางการ ในขณะที่องค์กรขนาดเล็กสามารถใช้วิธีง่ายกว่า เช่น สมุดบันทึกการตัดสินใจด้านการออกแบบ หรือบันทึกคุณสมบัติและผลการทดสอบของวัตถุดิบที่เคยพัฒนาไว้ ไม่จำเป็นต้องมีระบบซับซ้อนเสมอไป

แนวทางกำหนด รักษา และเผยแพร่องค์ความรู้องค์กร

  • เรียนรู้จากความล้มเหลว เหตุการณ์เฉียดผิดพลาด และความสำเร็จ ทบทวนบทเรียนหลังเกิดปัญหาหรือหลังทำโครงการสำเร็จ
  • รวบรวมความรู้จากลูกค้า ผู้ให้บริการภายนอก และพันธมิตร ไม่ใช่ความรู้จากภายในองค์กรเท่านั้น
  • รวบรวมความรู้ที่มีอยู่ภายในองค์กร เช่น ผ่านการพี่เลี้ยงงาน หรือการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง
  • เทียบเคียงกับองค์กรอื่น
  • ใช้ช่องทางเผยแพร่ต่างๆ เช่น อินทราเน็ต ห้องสมุดภายใน กิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ หรือจดหมายข่าวภายในองค์กร

ตัวอย่างสถานการณ์ ความรู้กระจุกอยู่กับคนเพียงไม่กี่คน

โรงงานผลิตอาหารแห่งหนึ่งมีสูตรการปรับค่าความชื้นในกระบวนการอบที่ต้องอาศัยประสบการณ์ พนักงานอาวุโสสองคนเท่านั้นที่ปรับได้แม่นยำ เมื่อทั้งสองคนลาพร้อมกันในช่วงเทศกาล อัตราของเสียเพิ่มขึ้นทันที

โรงงานจึงดำเนินการสี่อย่าง ได้แก่ ให้พนักงานอาวุโสสอนงานพนักงานรุ่นถัดไปอย่างเป็นระบบ บันทึกเกณฑ์การตัดสินใจที่เคยอยู่ในหัวลงเป็นตารางอ้างอิง จัดฝึกอบรมเพิ่มเติมให้กะอื่น และทบทวนผลหลังผ่านไปหนึ่งไตรมาสว่าอัตราของเสียลดลงจริงหรือไม่

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าองค์ความรู้องค์กรไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องซับซ้อนหรือเกี่ยวกับเทคโนโลยีเสมอไป แต่คือการทำให้ความรู้ที่จำเป็นไม่ผูกติดอยู่กับคนเพียงไม่กี่คน

สิ่งที่บังคับกับสิ่งที่ไม่บังคับในข้อ 7.1.6

รายการสถานะองค์กรต้องทำอะไร
กำหนดความรู้ที่จำเป็นสำหรับกระบวนการข้อกำหนดบังคับระบุให้ได้ว่าความรู้ใดจำเป็น
รักษา ใช้งาน และแบ่งปันความรู้นั้นข้อกำหนดบังคับแสดงได้ว่าความรู้ถูกใช้จริงและถ่ายทอดได้
พิจารณาความรู้เพิ่มเติมเมื่อความต้องการเปลี่ยนข้อกำหนดบังคับทบทวนเมื่อมีสินค้าใหม่หรือกระบวนการใหม่
ระเบียบปฏิบัติเรื่องการจัดการความรู้ไม่บังคับมีก็ได้ ไม่มีก็ได้
ทะเบียนความรู้ (Knowledge Register)ไม่บังคับเป็นเครื่องมือที่เลือกใช้ได้ ไม่ใช่ข้อกำหนด
ระบบจัดการความรู้แบบดิจิทัลไม่บังคับใช้กระดาษหรือคู่มือแบบเดิมก็สอดคล้องข้อกำหนดได้

การวิเคราะห์ข้างต้นเป็นการเทียบถ้อยคำระหว่างฉบับ 2015 กับร่าง FDIS ISO 9001:2026 ผู้ตรวจประเมินบางท่านอาจให้น้ำหนักกับรายละเอียดแตกต่างกันไปตามบริบทขององค์กร

คำถามที่พบบ่อย

ISO 9001:2026 บังคับให้ใช้ระบบ AI หรือดิจิทัลในการจัดการความรู้หรือไม่?
ไม่บังคับ ข้อกำหนดระบุเพียงว่าองค์ความรู้ต้องถูกรักษาไว้ ใช้งานได้ และแบ่งปันได้ ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้เทคโนโลยีใดโดยเฉพาะ องค์กรสามารถใช้เอกสารกระดาษ คู่มือ หรือระบบดิจิทัลก็ได้ตามความเหมาะสมของตนเอง

ต้องจัดทำระเบียบปฏิบัติหรือทะเบียนความรู้หรือไม่?
ไม่ต้อง ข้อกำหนด 7.1.6 ไม่มีข้อความเรื่องเอกสารสารสนเทศเลยทั้งสองฉบับ องค์กรที่มีคู่มือปฏิบัติงาน ระบบพี่เลี้ยง หรือฐานข้อมูลอยู่แล้ว สามารถใช้สิ่งที่มีอยู่เป็นหลักฐานได้โดยไม่ต้องสร้างเอกสารใหม่

ผู้ตรวจประเมินจะตรวจข้อกำหนดนี้อย่างไร?
ผู้ตรวจจะมองหาหลักฐานว่าองค์กรระบุความรู้ที่จำเป็นได้ และความรู้นั้นถูกนำไปใช้งานและแบ่งปันจริง ไม่ใช่แค่มีเอกสารเก็บไว้ คำถามที่อาจได้ยินคือ ถ้าพนักงานคนนี้ลาออก ใครทำงานนี้แทนได้ และเขารู้ได้อย่างไร

ความรู้องค์กรต่างจากคู่มือการทำงาน (Work Instruction) อย่างไร?
คู่มือการทำงานเน้นขั้นตอนการทำงานที่เป็นมาตรฐานตายตัว ส่วนองค์ความรู้องค์กรกว้างกว่า รวมถึงความรู้เชิงประสบการณ์ที่ยังอยู่ในตัวบุคคล เช่น วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือเทคนิคที่ไม่ได้เขียนไว้ในคู่มือ ทั้งสองอย่างเสริมกันได้

อยากรู้ว่าระบบจัดการความรู้ขององค์กรครอบคลุมข้อกำหนดใหม่แล้วหรือยัง? ใช้ 2026 Readiness Scan — ส่งเอกสารให้เราตรวจฟรี รู้ผลใน 2 วันทำการ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูข้อกำหนด 7.2 ความสามารถบุคลากร → | ดูสรุปทุกข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงใน ISO 9001:2026 →