เอกสารระบบ ISO 9001 ที่ต้องส่งให้ที่ปรึกษาแก้ไข มีอะไรบ้าง

อัปเดตล่าสุด: 4 ตุลาคม 2569

เมื่อองค์กรที่มีระบบ ISO 9001:2015 อยู่แล้วต้องการปรับสู่ ISO 9001:2026 เอกสารส่วนใหญ่ในระบบเดิม (คู่มือคุณภาพ ระเบียบปฏิบัติงาน ขั้นตอนปฏิบัติงาน) ยังใช้เป็นฐานได้ ไม่ต้องเขียนใหม่ทั้งหมดครับ สิ่งที่ต้องส่งให้ที่ปรึกษาแก้ไขคือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลง ส่วนเอกสารที่ต้องสร้างใหม่จริง ๆ มีน้อยกว่าที่หลายคนคิดมากครับ บทความนี้จึงแยกให้ชัดว่า อะไรต้องแก้ อะไรไม่ต้องแตะ และอะไรที่มาตรฐานไม่ได้บังคับให้ทำ เพราะการสร้างเอกสารที่มาตรฐานไม่ได้เรียกร้อง คือการเพิ่มภาระให้องค์กรโดยไม่จำเป็น และเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจประเมินไม่สามารถออก NC ได้อยู่ดี

หลักการคัดแยกเอกสารก่อนส่งให้ที่ปรึกษา

เอกสารในระบบ QMS ส่วนมากแบ่งเป็น 4 ระดับตามลำดับพีระมิดเอกสารทั่วไปครับ คือ คู่มือคุณภาพ (Level 1) ระเบียบปฏิบัติงาน (Level 2) ขั้นตอนปฏิบัติงาน (Level 3) และบันทึก/ตาราง (Level 4) แต่ละระดับมีเอกสารที่ได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน โดยทั่วไป ยิ่งอยู่ระดับล่าง (บันทึก) ยิ่งมีโอกาสต้องสร้างใหม่มากกว่าระดับบน (คู่มือคุณภาพ) เพราะข้อกำหนดใหม่ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มหลักฐานเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่การเปลี่ยนหลักการบริหารระดับสูงครับ

Level 1: คู่มือคุณภาพ (Quality Manual)

ส่งคู่มือคุณภาพฉบับปัจจุบันมาให้ที่ปรึกษาตรวจทั้งเล่มได้เลยครับ แม้ว่า ISO 9001 จะไม่บังคับให้ต้องมีคู่มือคุณภาพมาตั้งแต่ฉบับเวอร์ชั่น ISO 9001:2015 แล้ว แต่หากองค์กรมีอยู่และใช้งานได้ดี ไม่จำเป็นต้องยกเลิก เพียงปรับปรุงส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนด ที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะส่วนที่กล่าวถึงนโยบายคุณภาพ บทบาทผู้นำ และขอบเขตระบบครับ

Level 2: ระเบียบปฏิบัติงาน (Procedures)

ระเบียบปฏิบัติงานสถานะข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องสิ่งที่ต้องแก้
ระเบียบวิเคราะห์บริบทองค์กรและความเสี่ยงมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข4.1, 4.2เพิ่มการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มการระบุว่าความต้องการข้อใดที่ระบบจะดำเนินการจัดการ
ประกาศนโยบายคุณภาพมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข5.2.1, 5.2.2ข้อ 5.2.2 เพิ่มคำว่า “นำไปปฏิบัติ” เป็นข้อย่อยใหม่ — ต้องมีหลักฐานว่านโยบายถูกนำไปใช้จริง ไม่ใช่แค่ติดบอร์ด
ระเบียบการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข7.2, 7.3เพิ่มหัวข้อวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมที่มีจริยธรรมในเนื้อหาความตระหนัก และตรวจว่าเอกสารอ้างเลขข้อย่อย 7.3 b) c) d) หรือไม่ เพราะสลับลำดับกันหมด
ระเบียบการบริหารความเสี่ยงและโอกาสมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข6.1.2, 6.1.3แยกความเสี่ยงกับโอกาสออกเป็นสองอนุข้อที่ใช้เกณฑ์คนละชุด และเพิ่มขั้นตอนวิเคราะห์กับประเมินผล ไม่ใช่แค่ชี้บ่ง
ระเบียบตรวจติดตามภายในมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข9.2.2 a)เพิ่มการกำหนดวัตถุประสงค์การตรวจสำหรับการตรวจแต่ละครั้ง ห้ามคัดลอกจากรอบก่อน
ระเบียบทบทวนฝ่ายบริหารมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข9.3.2ประโยคนำเปลี่ยนจาก “พิจารณาถึง” เป็น “ต้องประกอบด้วย” วาระต้องครบทุกข้อ และเพิ่มวาระการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ระเบียบคัดเลือกและประเมินผู้ให้บริการภายนอกมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข8.4.1 c), 8.4.3 d)ตัดเงื่อนไข “อันเป็นผลจากการตัดสินใจขององค์กร” ออก และเพิ่มการสื่อสารเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้าของบริษัท
ระเบียบควบคุมเอกสารและบันทึกมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ถ้อยคำ7.5ข้อ 7.5 เกือบไม่เปลี่ยน แต่ถ้อยคำเรื่องเอกสารเปลี่ยนทั่วทั้งมาตรฐานจาก “ต้องจัดเก็บ” เป็น “ต้องมีพร้อมใช้เป็นหลักฐาน” จึงต้องทบทวนคำศัพท์ในระเบียบให้ตรงกัน
ระเบียบการขายและทบทวนคำสั่งซื้อมีอยู่แล้ว — ส่งมาแก้ไข8.2เปลี่ยนสาระ 3 จุด คือ 8.2.1 e) เปลี่ยนจาก “กำหนดข้อกำหนด” เป็น “ให้ข้อมูล” และครอบคลุมการหยุดชะงักของการส่งมอบ · 8.2.3.2 เรื่องหลักฐานการทบทวน · 8.2.4 การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด
ระเบียบจัดการองค์ความรู้มีอยู่แล้ว (ถ้าทำตาม 2015) — ส่งมาแก้ไข7.1.6ข้อ 7.1.6 มีมาตั้งแต่ฉบับ เวอร์ชั่น 2015 แล้ว ไม่ใช่ของใหม่ ฉบับเวอร์ชั่น 2026 เพิ่มคำว่า “แบ่งปัน” ซึ่งเป็นข้อบังคับใหม่ที่ออก NC ได้ — องค์กรที่ยังไม่เคยทำตามข้อนี้ต้องเริ่มจัดทำ

Level 3: ขั้นตอนปฏิบัติงาน (Work Instructions)

ขั้นตอนปฏิบัติงานส่วนใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงครับ จากการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เพราะข้อกำหนดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับการบริหารจัดการ (ข้อกำหนด 4–6, 9–10) มากกว่าระดับปฏิบัติการหน้างาน อย่างไรก็ตาม หากองค์กรมีขั้นตอนปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควรส่งมาตรวจเพิ่มเติม เพราะ ข้อกำหนด 8.3 ขยายขอบเขตผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบให้กว้างกว่าเดิม

Level 4: บันทึกและตาราง (Records/Forms)

ระดับบันทึกเป็นระดับที่มีรายการต้องสร้างใหม่มากที่สุดครับ เพราะเป็นหลักฐานเชิงปฏิบัติของข้อกำหนดใหม่ที่ฉบับ ISO 9001:2015 ไม่เคยกำหนดไว้

บันทึก/แบบฟอร์มสถานะข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องวิธีแก้
บันทึกวิเคราะห์บริบทองค์กร ( SWOT , PESTEL หรือรูปแบบอื่นตามที่องค์กรถนัด )มีอยู่แล้ว — แก้ในฟอร์มเดิม4.1เพิ่ม 1 แถวในหมวดปัจจัยภายนอก เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมบันทึกผลการพิจารณา ซึ่งตอบว่าไม่เกี่ยวข้องได้ ถ้าเขียนเหตุผลประกอบไว้
ทะเบียนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความต้องการมีอยู่แล้ว — แก้ในฟอร์มเดิม4.2 c)เพิ่ม 1 คอลัมน์ท้ายตาราง ระบุว่าความต้องการข้อนั้นระบบบริหารงานคุณภาพจะดำเนินการจัดการหรือไม่
ตารางประเมินความเสี่ยงและโอกาสมีอยู่แล้ว — แก้ในฟอร์มเดิม6.1.2, 6.1.3แยกเป็น 2 ชีตในไฟล์เดิม ไม่ต้องสร้างไฟล์ใหม่ และเพิ่มคอลัมน์การวิเคราะห์กับการประเมินผล เพราะทะเบียนแบบรายการเฉย ๆ ไม่ผ่าน
แผนการตรวจติดตามภายใน (Audit Plan)มีอยู่แล้ว — แก้ในฟอร์มเดิม9.2.2 a)เพิ่มช่องวัตถุประสงค์การตรวจของรอบนั้นไว้ส่วนหัวของฟอร์ม โดยอ้างผลการตรวจรอบก่อนหน้า
วาระและรายงานทบทวนฝ่ายบริหารมีอยู่แล้ว — แก้ในฟอร์มเดิม9.3.2เพิ่มวาระใหม่ 1 ข้อ เรื่องการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และแยกวาระประสิทธิผลของความเสี่ยงกับโอกาสออกเป็น 2 ข้อ
บันทึกการอบรมและความตระหนักมีอยู่แล้ว — แก้ในฟอร์มเดิม7.3 e)เพิ่ม 1 แถวในรายการหัวข้ออบรม เรื่องวัฒนธรรมคุณภาพและพฤติกรรมที่มีจริยธรรม
ป้ายและทะเบียนสถานะเครื่องมือวัดมีอยู่แล้ว — แก้ถ้อยคำ7.1.5.2 b)แก้ข้อความจาก “สถานะ” เป็น “สถานะการสอบเทียบหรือการทวนสอบ” ทั้งบนป้ายและในทะเบียน
แบบประเมินผู้ให้บริการภายนอกมีอยู่แล้ว — แก้ถ้อยคำ8.4.1 c)แก้ขอบเขตให้ครอบคลุมกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่จัดหาจากภายนอกทั้งหมด
บันทึกทรัพย์สินลูกค้าไม่ต้องแก้8.5.3ข้อ 8.5.3 ไม่เปลี่ยนสาระเลย แจ้งลูกค้าเป็นข่าวดีได้
ทะเบียนองค์ความรู้มีอยู่แล้ว ถ้าทำตามฉบับ 2015 — แก้ในฟอร์มเดิม7.1.6เพิ่ม 1 คอลัมน์ระบุช่องทางการแบ่งปันความรู้ เช่น อบรม OJT บอร์ด หรือกลุ่มสนทนา เพราะคำว่าแบ่งปันเป็นข้อบังคับใหม่
หลักฐานการนำนโยบายคุณภาพไปปฏิบัติอาจยังไม่มี — พิจารณาจัดทำ5.2.2 d)มาตรฐานไม่ได้บังคับรูปแบบ องค์กรเลือกวิธีแสดงหลักฐานเองได้ เช่น เชื่อมนโยบายเข้ากับวัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่าย
หลักฐานการส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพอาจยังไม่มี — พิจารณาจัดทำ5.1.1 i), 7.3 e)เป็นข้อบังคับใหม่จริงและออก NC ได้ แต่มาตรฐานไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นแบบฟอร์มใด ใช้หลักฐานที่มีอยู่เดิมได้ เช่น บันทึกการประชุมหรือกิจกรรมภายใน

สิ่งที่ไม่ต้องทำ แม้หลายคนจะแนะนำ

สิ่งที่มักถูกแนะนำข้อเท็จจริงตามถ้อยคำมาตรฐาน
ระเบียบปฏิบัติการบริหารการเปลี่ยนแปลง (MOC) และแบบฟอร์มขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงข้อ 6.3 ไม่มีข้อกำหนดเรื่องเอกสารสารสนเทศเลย ทั้งฉบับ 2015 และ 2026 และใช้คำว่า “พิจารณา” ไม่ใช่ “ต้องจัดทำ” องค์กรจึงไม่จำเป็นต้องสร้างระเบียบหรือแบบฟอร์มใหม่เพื่อตอบข้อนี้ สิ่งที่ต้องทำคือแสดงให้เห็นว่ามีการวางแผนและติดตามผลของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งใช้กลไกที่มีอยู่เดิมได้
แผนพัฒนาทักษะดิจิทัล AI หรือปัญญาประดิษฐ์ไม่มีข้อกำหนดใดในฉบับ 2026 ที่กล่าวถึงทักษะดิจิทัลหรือปัญญาประดิษฐ์ในข้อ 7.2 คำว่าระบบดิจิทัลปรากฏเพียงในหมายเหตุของข้อ 7.1.6 ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่รูปแบบที่ความรู้ดำรงอยู่ ไม่ใช่ข้อบังคับให้ใช้ระบบดิจิทัล
เพิ่มเกณฑ์จริยธรรมหรือความยั่งยืนในการประเมินผู้ให้บริการภายนอกข้อ 8.4 เปลี่ยนสาระ 3 จุด คือ 8.4.1 c) 8.4.3 d) และ 8.4.3 f) ไม่มีจุดใดกล่าวถึงเกณฑ์ด้านจริยธรรมหรือความยั่งยืน
ขยายระเบียบทรัพย์สินลูกค้าให้ครอบคลุมทรัพย์สินดิจิทัลหรือ PDPAข้อ 8.5.3 ไม่เปลี่ยนสาระเลย เปลี่ยนเพียงรูปประโยคแสดงความเป็นเจ้าของ และหมายเหตุเรื่องทรัพย์สินทางปัญญากับข้อมูลส่วนบุคคลมีอยู่แล้วในฉบับ 2015
รื้อระเบียบปฏิบัติการแก้ไขเพราะข้อร้องเรียนฉบับ 2026 ตัดวลี “รวมถึงข้อบกพร่องที่เกิดจากข้อร้องเรียน” ออกจากตัวข้อกำหนด 10.2 ไปเป็นหมายเหตุ ผู้ตรวจประเมินจึงออก NC จากข้อนี้โดยตรงไม่ได้อีก

ลำดับการส่งเอกสารให้ที่ปรึกษา แนะนำ 3 ขั้นตอน

  1. ส่งคู่มือคุณภาพและระเบียบปฏิบัติงานทั้งหมดก่อน — เพื่อให้ที่ปรึกษาทำ Gap Analysis เทียบกับข้อกำหนดใหม่ทีละฉบับ
  2. ส่งบันทึก/แบบฟอร์มที่ใช้งานอยู่ปัจจุบัน — เพื่อประเมินว่าบันทึกใดพอปรับใช้ได้ และบันทึกใดต้องออกแบบใหม่
  3. แจ้งรายชื่อขั้นตอนปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ/พัฒนา (ถ้ามี) — เพื่อตรวจสอบผลกระทบจาก ข้อกำหนด 8.3 เป็นการเฉพาะ

ไม่จำเป็นต้องส่งเอกสารทั้งหมดพร้อมกันในครั้งเดียวครับ ที่ปรึกษาสามารถทยอยตรวจตามลำดับข้อกำหนด ที่มีผลกระทบมากไปน้อยได้ เพื่อให้องค์กรเห็นความคืบหน้าเป็นระยะๆ

ตรวจคู่มือคุณภาพของคุณ ต้องแก้กี่ข้อความ — อัปโหลดไฟล์ .docx แล้วเห็นจำนวนข้อความที่ต้องแก้ทันที

ตรวจคู่มือคุณภาพของคุณว่าต้องแก้กี่จุด

คุณจะเห็นว่าแต่ละข้อกำหนด ISO 9001:2026 เปลี่ยนจุดไหนบ้างทันทีครับ! ส่งคู่มือคุณภาพไฟล์ .docx มา

ข้อ 4.1

4.1 เพิ่ม shall ใหม่: ต้องพิจารณาว่าสภาพภูมิอากาศเกี่ยวข้องกับ QMS หรือไม่

ต้องเพิ่มข้อความนี้บริษัทฯ พิจารณาแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ {{เกี่ยวข้อง/ไม่เกี่ยวข้อง}} กับระบบบริหารงานคุณภาพ
ตรวจคู่มือคุณภาพของคุณ ฟรี คลิกเลย

ไฟล์ขึ้นเซิร์ฟเวอร์เฉพาะตอนที่ท่านกดส่งเอง แล้วลบอัตโนมัติใน 14 วัน

คำถามที่พบบ่อย

ต้องส่งเอกสารทั้งหมดในระบบให้ที่ปรึกษาหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องส่งทั้งหมดครับ แนะนำให้เริ่มจากคู่มือคุณภาพและระเบียบปฏิบัติงานหลักก่อน เพื่อให้ที่ปรึกษาระบุได้ว่าเอกสารส่วนใดได้รับผลกระทบจริง ก่อนขอเอกสารระดับขั้นตอนปฏิบัติงานและบันทึกที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมภายหลัง

เอกสารที่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมดมีกี่รายการโดยประมาณ?

น้อยกว่าที่หลายคนคิดครับ องค์กรที่มีระบบ ISO 9001:2015 ครบถ้วนอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ ไม่ต้องสร้างเอกสารใหม่แม้แต่ฉบับเดียว เพราะรายการเกือบทั้งหมดเป็นการเพิ่มคอลัมน์ เพิ่มแถว หรือแก้ถ้อยคำในเอกสารเดิม สิ่งที่อาจต้องจัดทำเพิ่มมีเพียง หลักฐานการส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพ และ หลักฐานการนำนโยบายคุณภาพไปปฏิบัติ ซึ่งมาตรฐานไม่ได้กำหนดรูปแบบไว้ องค์กรใช้หลักฐานที่มีอยู่เดิมได้ ส่วนองค์กรที่ยังไม่เคยทำตามข้อ 7.1.6 องค์ความรู้ ตั้งแต่ฉบับ 2015 ต้องเริ่มจัดทำในรอบนี้ด้วย

ขั้นตอนปฏิบัติงาน (Work Instruction) ต้องแก้ไขทั้งหมดหรือไม่?

ส่วนใหญ่ไม่ต้องแก้ไข เพราะข้อกำหนดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับการบริหารจัดการมากกว่าระดับปฏิบัติการหน้างาน ยกเว้นขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งควรตรวจสอบเพิ่มเติมเนื่องจาก ข้อกำหนด 8.3 ขยายขอบเขตผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้กว้างขึ้น

มีเวลาถึงเมื่อไหร่ — Global ACI กำหนดให้องค์กรที่ถือใบรับรองตาม ISO 9001:2015 เปลี่ยนผ่านให้เสร็จภายใน 30 กันยายน 2572 ! แต่หน่วยรับรองของคุณอาจกำหนดวันของตัวเองที่เร็วกว่า ⇒ ถามหน่วยรับรองของคุณเป็นลายลักษณ์อักษร · ดูวันสำคัญทั้งหมดของช่วงเปลี่ยนเวอร์ชั่น
ถ้าอยากให้เราแก้เอกสารให้แทนการแก้เอง ดูกรอบเวลาและราคาได้ที่ หน้าราคาเปลี่ยนเวอร์ชั่น ISO 9001:2026